Home ข้อคิด บางคนกว่าจะเข้าใจในชีวิต ก็มักเดินทางไปครึ่งชีวิตแล้ว (ฝากเป็นข้อคิด)

บางคนกว่าจะเข้าใจในชีวิต ก็มักเดินทางไปครึ่งชีวิตแล้ว (ฝากเป็นข้อคิด)

2 second read
0

บางคนกว่าจะเข้าใจในชีวิต ก็มักเดินทางไปครึ่งชีวิตแล้ว (ฝากเป็นข้อคิด)

คนเราเมื่ออายุใกล้ 30 ก็มีความสุขกับเสื้อผ้า กระเป๋าน้อยลง แต่ความสุขของเรา เริ่มเกิดขึ้น พอรู้ว่าต่อจากนี้ จะใช้ชีวิตอย่างไร จึงจะมีความสุข ในแบบที่ตัวเองต้องการ

เราอยากโทรหาพ่อแม่ทุกครั้ง เมื่อมีเวลา เราอยากสำเร็จให้เร็วที่สุดเ พื่อให้พ่อแม่ได้เกษียณ พักผ่อน เพราะเราก็คงอยากทำเช่นเดียวกัน ตอนอายุเท่าพ่อแม่การตั้งใจทำงาน หาเงิน เป็นสิ่งที่ถูกแล้วล่ะ หากยังไม่สำเร็จก็ขยันไป แต่การตั้งใจนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่า ต้องให้งานเป็นทั้งหมดของชีวิต

จงสร้างต้นทุนสุขภาพให้ได้ก่อน สุขภาพเป็นการลงท นระยะยาว หากยังไ ม่เห็นผลตอนนี้แต่ ก็ต้องทำ เพื่อให้มีแรงต่อยอดต้นทุนอื่น ที่เหลือ อยู่ก็มาจะครึ่งชีวิตแล้ว เราจะไม่หนีปัญหาไม่ว่าเรื่องใดๆ

หากเราละเลยในวันนี้ มันจะกลับมาหาอีกในวันหน้า ไม่ช้าก็เร็ว เราไม่เอาเรื่องด ร า ม่ า ในชีวิตมาบ่นในเฟสบุค แม้จะโพสต์แล้วมันทำให้ได้ ร ะ บ า ย แต่เพื่อนทุกคนในเฟส ไ ม่ได้ต้องการเป็นที่ ร ะ บ า ย ของใคร หากจะมีคงเป็น แค่เพื่อนบางคน และเราเลือก ที่จะคุยกับเขาในชีวิตจริงซะมากกว่า

การเลิกแล้วต่อกันแบบที่ไ ม่ยึดติดกับความคิด ว่าตัวเองผิ ดหรือไ ม่ผิ ด มั นทำให้ชีวิตไปต่อได้ อย่ าอยู่กับกับดัก อารมณ์นานๆ ปล่อยให้ความจริงปกป้องเรา

ความรักนั้น เวลาคบกันไปนานๆ เรื่องที่เขาคอยทำเพื่อเรามาตลอด เราได้รับบ่อยจนไ ม่เห็นคุณค่า กลายเป็นว่าสุดท้ายจะไ ม่มีอะไรดี เพราะเราคาดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ วิธีแก้คือ ให้กลับบ้าง จะได้รู้ว่าการทำอะไรใ ห้สม่ำเสมอ มั นก็แสดงว่าเ ค้ารักเรามากขนาดไหน

ตอนเด็กจะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ ไปไหนก็ได้ ตอนโตสังคมคนทำงาน ภาพลักษณ์สำคัญมาก วันไหนแต่งตัวดีจะรู้สึก เหมือนฟ้าเปิด งานราบรื่น คนที่ตั ดสินกันที่ภายนอกมั นก็ปกติ เพราะว่ายังไม่รู้จักกัน ก็คงต้องดูจากที่เห็นก่อนแหละ  แต่บุคลิกภาพดีไ ม่ได้แปลว่าต้องแต่งตัวsวย หรือสวย เราว่ามั นคือ ความลงตัวและรู้จักกาละเทศะ

รอยยิ้มของเรา เป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพกับคนใหม่ๆ จงฝึกยิ้มให้คนไ ม่รู้จัก ถึงจะแป๊กบ้าง แต่ก็ยังมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนดีๆมากมาย อย่ าติดพูดคำว่าเดี๋ยว จะทำต้องทำเลย เพราะหากไ ม่ทำเลยก็จะมีเรื่องอื่นมาแทรก จนสุดท้ายกลายเป็นว่า ไ ม่ได้ทำ เรามองเห็นเพื่อนหลายๆ คนที่โตมาด้วยกัน มีเส้นทางชีวิตที่ต่างกันไป แม้จะไ ม่ได้คุยกันเลย แต่เชื่ อว่า เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนอยู่ตลอดไป

โอกาสมักมาตอนได้เจอคนใหม่ๆ หรือการที่ไปสถานที่ใหม่ๆ ทุกวัน หลับให้สนิท กินข้าวให้อิ่ม รักตัวเองให้มากๆ เราอยู่ในโค้งสุดท้า ยของวัย ที่ยังลองผิ ดลองถูกได้ ช่วงนี้จะถามตัวเองบ่อยๆ ว่ายังมีอะไรที่อย ากลองอีกมั้ย หากธุรกิจยังไ ม่นิ่ง อ ย่าเพิ่งดึงเงินออก เพราะเมื่อเจอวิก ฤ ติ จะพั งทั้งระบบเลย

มีคนมากมาย ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย และมีผู้ใหญ่หลายคนที่ประสบความสำเร็จตอนอายุมากแล้ว ฉะนั้น มั นไ ม่ได้เกี่ยวกับอายุหรอก แบ่งเวลาอยู่ในโลกออนไ ล น์ ให้พอดี อะไรที่มากเกินไปย่อมมีโท ษเป็นปกติ เมื่อต้องยกเลิกอะไรกับใคร ตัดสินใ จได้แล้วให้รีบบอก อ ย่ารอให้ตัวเองกล้าพูดแล้วค่อยบอก เพราะจะทำให้คนอื่นแก้ปัญหาไ ม่ทัน

เราอยู่ในวัย ที่มีมากพอที่จะแบ่ ง ปั น เป็นผู้ให้ย่อมสุขใ จกว่าเป็นผู้รับเสมอ ความเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีม จะช่วยให้สำเร็จได้ไว เพราะเราเชื่อในพลังของ Teamwork การคบเพื่อนที่หลากหลาย ทำให้เราเติบโตทางความคิดได้ดีมาก

คนเก่ งมาจากไหน หากเจอปัญหาครอบครัวเข้าไป ส่วนใหญ่ประสิทธิภาพ ลดลงเกิน 80% สำคัญสุดคือ ดูแลความสัมพันธ์ในครอบครัว หากยังไ ม่สำเร็จ ลองเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ อ ย่าทำแต่แบบเดิม การเปิดใจฟังคำวิ จ า ร ณ์ ช่วยให้เราได้รู้ว่าสิ่งที่ต้อง รีบแก้ไข เมื่อเราอายุมากขึ้น อย่ าเพิ่งลืมความฝันวัยเด็ กที่เคยมี

พ่อแม่ยังมองว่าเราเป็นเด็ กเสมอ แม้วันนี้จะเป็นผู้ใหญ่ก็ตาม ไ ม่จำเป็นต้องต่อต้ าน เพียงเข้าใ จก็พอ การทำงาน ไหนๆ ก็ต้องใช้เวลาทำ จงทำให้ดีทุกครั้ง เพราะอย่างน้อยเรา ได้ฝึกพัฒนาตัวเองไปด้วย

เมื่อมีเพื่อนหรือ ใครมาขอความช่วยเหลือ อย่ าช่วยในสิ่งที่ตัวเอง ต้องมานั่งกลุ้มทีหลัง ความจริงถ้าเขาเห็นเราเป็นเพื่อน ก็คงไ ม่ทำให้เราต้องลำบา กใ จตั้งแต่แรก การตั ดสินใ จช่วยใครๆ แค่เราหวังดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูที่ตัวเขาด้วยว่า เขาได้พย าย ามมากแค่ไหน

ความกดดันแบบ สุ ด ขี ด มักทำให้เราเห็นศักยภาพสูงสุดของเรา และช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุด จะกลายเป็นเรื่องเล่าที่ดีที่สุดในวันที่ผ่านมั นไปได้ เวลาตอบคำถามคนอื่น เมื่อเกินจากที่รู้ให้ตอบว่าไม่รู้ อย่าทำเป็นรู้ กล้าถามแค่ครั้งเดียว ดีกว่ากลับไปแล้วทำอะไรต่อไ ม่ได้เลย

เรามักละเลยคนใกล้ตัว แล้วไปทำดีกับคนไกล แต่พอเจอปัญหา คนใกล้นี่แหละที่ไ ม่เคยทิ้งเรา ระวังทุกการกระทำ คนเราทำดีร้อยครั้ง จำไ ม่ได้ พอผิดครั้งเดียวเท่านั้น จำไม่เคยลืม อย่าพยายามสอนใคร ถ้าเขายังไม่พร้อมที่จะเปิดใจรับฟัง

ยิ่งโตก็มีแต่เรื่องให้ต้องตั ดสินใจ แต่ไม่ว่าตัดสินใจยังไง ชีวิตก็ยังต้องเดินหน้าต่อไปเสมอ แม้แต่คนที่เราเก ลี ย ด ที่สุด ก็ให้บทเรียนที่ดีที่สุดกับเราได้ ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ในการพัฒนาตัวเองทั้งนั้น แต่เราต้องคัดกรองให้เป็นว่าเรื่องไหนควรรับ เรื่องไหนควรทิ้ง

สิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงชีวิตได้มาก ก็มีเท่านี้ คือ

1 พลังบวก

2 ความเจ็ บป วดขั้นสุด

20 กว่าปีที่ผ่านมา เป็นวัยที่ทำมาหากินอย่างรุ น แ ร ง ชีวิตต่อไป ต้องเริ่มบริหารทุกด้าน ให้เป็นระบบกว่านี้ สุดท้ายแล้ว กว่าจะรู้ว่าชีวิตคืออะไร เราเองก็ได้ใช้มันไปแล้วครึ่งชีวิตแล้วล่ะ ใ จนึงก็กลั วตัวเลข 30 แต่อีกใ จ อย ากขอบคุณที่ทุกวันนี้ มุมมองชีวิตของเราเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน

 

ที่มา rahuslu

Load More Related Articles
Load More By ผู้เขียน
Load More In ข้อคิด
Comments are closed.

Check Also

ขงเบ้งท่านว่าไว้ ไม่ควรคบหา คน 5 ประเภทนี้ มีแต่จะพาชีวิตตกต่ำ

ขงเบ้งท่านว่าไว้ ไม่ควรคบหา คน 5 ประเภทนี้ มีแต่จะพาตกต … …